Fund Flow ปริมาณการซื้อขายที่ควรจับตามอง

TFEX โลกใบที่ 2 ของตลาดหุ้นไทยกับบทบาทที่คาดไม่ถึง

พวกท่านทราบหรือไม่ ? ว่าปัจจุบันตลาดอนุพันธ์ของไทยหรือ TFEX มีมูลค่าการซื้อขายที่มากกว่าตลาดหุ้น ดังนั้น นักลงทุนรายใหญ่ เช่น ต่างชาติได้มีการพฤติกรรมการใช้ตลาด Futures ในการทำกำไรแทนที่การเล่นหุ้นปกติ โดยพวกท่านสามารถรับรู้ความจริงทั้งหมดได้ในกระทู้นี้

นักลงทุนกลุ่มใดกันแน่ !?! คือผู้ชนะตัวจริงในตลาดหุ้นไทย

ทุกท่านเคยสงสัยไหมว่า ในตลาดหุ้นไทยผู้เล่นไหน ที่มีแนวโน้มทำกำไรในตลาดได้มากที่สุด ? โดยปัจจุบัน Player ในตลาดจะถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ ต่างชาติ กองทุน โบรกเกอร์และรายย่อย ดังนั้นเรามาดูสถิติการซื้อขายของทุกคนโดยเปรียบเทียบกับการเคลื่อนไหวของตลาด แล้วนำความจริงที่ได้มาประยุกต์เข้ากับกลยุทธ์การซื้อขายของเรากันเถอะครับ

การจัดฉากของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทย

บทความนี้จะมาวิเคราะห์ถึงการขึ้น-ลงของตลาดหุ้นไทยในแต่ละรอบ โดยนำเอาเฉพาะการเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญ และเปรียบเทียบกับ Flow ทั้งในตลาดหุ้นและ TFEX เพื่อดูว่าเราสามารถใช้การซื้อขายของนักลงทุนกลุ่มไหนมาเพื่อดูแนวโน้มทั้งขาขึ้นและขาลงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ทำความเข้าใจ “Fund Flow” เข็มทิศชี้นำทิศทางตลาดหุ้นไทย

ตอกย้ำกันอีกสักบทความที่จะช่วยขยายให้ทุกท่านเห็นภาพว่าเมื่อตลาดหุ้นมีเทรนแรง ๆ ในแต่ละครั้ง นักลงทุนกลุ่มไหนบ้างที่อยู่ถูกทาง พร้อมสอนวิธ๊ประยุกต์ใช้เรื่อง Fund Flow เข้ากับการวิเคราะห์ทางเทคนิค พร้อมทดสอบเป็นตัวเลขที่ชัดเจนให้ดูว่า มันทำให้การเทรดของเรามีประสิทธิภาพขึ้น

ไขปริศนา !? ยอดการซื้อ-ขาย TFEX กับทิศทางตลาดหุ้นไทย

ในบางครั้งการที่เราเห็นยอดผิดปกติอย่างมีนัยสำคัญของตลาด TFEX จึงทำให้เกิดการ Panic แต่ในความจริง ทุกคนอาจต้องทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งกว่านั้น โดยต้องรู้ถึงเหตผลของ Order ที่เกิดขึ้น โดยในบทความนี้เราจะพาทุกท่านไปดูเหตุการณ์ที่การใช้ TFEX ทำกำไรครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นไทย

⚠️โปรดระวัง !! การใช้ยอดการซื้อขาย TFEX วิเคราะห์ทิศทาง

“พวกเราไม่เคยใช้ยอด TFEX ในการวิเคราะห์ทิศทางระยะยาว” เป็นเรื่องจริงที่ยอดการซื้อ-ขาย TFEX เป็นปัจจัยสำคัญในการใช้วิเคราะห์ทิศทางตลาด แต่อย่างไรก็ตาม มันมีข้อควรระวัง โดยเฉพาะการใช้ในระยะยาว เพราะยอดที่ได้นั้น “ผิด” ไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยจะเป็นไรพวกท่านลองรับรู้ความจริงได้ในบทความนี้

🌈 หลังจากไม่มี DELTA เจ้าจะใช้หุ้นตัวไหนลากดัชนี SET50 ครับ ❓

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำราคาดัชนี ถือเป็นอีกเรื่องที่รายใหญ่ให้ความสำคัญ เนื่องจากจะสร้างผลประโยชน์ในทางอื่น ๆ เช่น ทำกำไรจาก TFEX, สร้าง Performance ให้ดูสวยงาม แล้วเขาจะมีแนวโน้มในการใช้หุ้นตัวไหนในการทำราคาดัชนี เราจะมาแสดงวิธีสังเกตให้ดูกัน ถ้าใครสนใจห้ามพลาด

มาดูกันว่าการขึ้นของหุ้นไทย เขาใช้ตัวไหนกันบ้าง ❓

รู้หรือไม่ ? ในทุกครั้งที่ตลาดขึ้นจะมีเพียงแค่หุ้น 1 ใน 3 เท่านั้น ต่อเนื่องจากบทความก่อน ภายหลังจากที่ตลาดหุ้นขึ้นมา เราได้ทำการเปรียบเทียบตารางหุ้นที่มีแนวโน้มถูกทำราคา พร้อมกับแสดงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยจะเห็นว่ามีความถูกต้องอย่างมีนัยสำคัญ โดยพวกท่านสามารถดูข้อมูลจริงได้ในบทความนี้

บทความล่าสุด

ตั้งสติและเตรียมพร้อมรับมือกับสภาวะตลาดด้วยเหตุและผล (อยากให้ทุกคนได้อ่าน)

สำหรับกระทู้นี้ตั้งใจตั้งขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนได้รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับตลาดในช่วงนี้เท่าที่ผมจะสามารถอธิบายได้ หากเป็นไปได้อยากให้ทุกคนอ่านให้จบ และถ้ามีใครมีความเห็นเพิ่มเติมอยากให้ร่วมกันแชร์เพื่อประโยชน์ในสังคมการลงทุน และให้ทุกคนได้เตรียมความพร้อมในการรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นถัดไปต่อจากนี้ ในตอนนี้ทุกคนคงกำลังสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้น ว่าทำไมหุ้นถึงลงหนัก ทำไมโบรคเกอร์และนักลงทุนต่างชาติถึงขายอย่างต่อเนื่อง มันจะเป็นแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่ แล้วจะเป็นอย่างไรต่อในอนาคต ? ในฐานะที่ผมเป็นคนหนึ่งที่ลงทุนและทำการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของตลาด TFEX มาตลอด จึงอยากสรุปให้ทุกคนได้เห็นถึงความจริงในมุมมองของตัวเอง หลังจากเดินเรื่องมาไกลขอปิดท้ายไว้สักหน่อยนะครับ        

Uptick rule แสงสว่างปลายอุโมงค์ หรือแค่แสงจากกองไฟ❓

ในช่วงเวลานี้คงไม่มีคำไหนที่ร้อนแรงไปกว่า “Uptick” แล้วนะครับ ที่เป็นมาตรการที่ตลาดหลักทรัพย์ตัดสินใจใช้ “อีกครั้ง” เพื่อหยุดความร้อนแรงของตลาดหุ้นขาลง โดยมองว่าสาเหตหลักเกิดจากธุรกรรม Short Sell ซึ่งก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นหนึ่งในนโยบายที่นักลงทุนต่างคาดหวังผลลัพธ์ ในการนำพาตลาดหุ้นไทยให้กลับคืนสู่ขาขึ้น แต่ในขณะที่บางคนก็มองว่ามันไม่น่าที่จะได้ผล เพราะการลงรอบนี้เป็นไปตามพื้นฐานที่ควรจะเป็น โดยสุดท้ายแล้ว Uptick Rule จะเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ของตลาดหุ้นไทย

ปัญหาของตลาดหุ้นไทย ที่อาจแย่กว่าตอนซับไพร์ม❗

ปัญหาของตลาดหุ้นไทย  หากใครอยู่ในตลาดหุ้นมานานคงจำได้กับสถานการณ์เมื่อประมาณ 15 ปีที่ก่อน กับวิกฤตซับไพร์มที่เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่นักลงทุนขยาดที่สุด ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นไทยเป็นขาลงคล้ายกับในปัจจุบัน โดยดัชนี SET ปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดที่ประมาณ 900 จุด ไปจุดต่ำสุดที่ประมาณ 400 จุด คิดเป็นกว่า